ทำไมการคุมต้นทุนจัดซื้อคือเรื่องเป็นเรื่องตายของ SME ไทย
สำหรับ SME ไทย ทุกบาทที่ลดต้นทุนจัดซื้อได้คือกำไรที่เพิ่มขึ้นโดยตรง เพราะกำไรจากการดำเนินงานบางเฉียบกว่าที่หลายคนคิด
ตัวเลขที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้
ข้อมูลผลประกอบการ SME ไทยสะท้อนภาพที่ชัดเจน: ธุรกิจขนาดเล็ก (รายได้ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อปี) มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) เฉลี่ยเพียง 0.15% ของรายได้ นั่นแปลว่ารายได้ 100 บาท เหลือกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีแค่ 15 สตางค์
ยิ่งไปกว่านั้น ต้นทุนการขายและบริหารของ SME เล็กสูงถึง 25.3% ของรายได้ เกือบสองเท่าของ SME ขนาดกลางที่อยู่ที่ 12.9% เมื่อกำไรบางและต้นทุนสูงขนาดนี้ การคุมต้นทุนจัดซื้อจึงไม่ใช่เรื่อง 'น่าทำ' แต่เป็นเรื่องอยู่รอด
เงินจมในวงจรจัดซื้อ-สต๊อก
อีกตัวเลขที่กระทบสภาพคล่องโดยตรง: SME เล็กต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเทียบเท่ายอดขายถึง 169 วัน สะท้อนอำนาจต่อรองที่ต่ำกับซัพพลายเออร์ และเงินที่จมอยู่ในวงจรจัดซื้อและสินค้าคงคลังนานเกินไป
ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกยิ่งเจอแรงกดดันซ้อน ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น ค่าขนส่งที่สูง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ปัจจัยเหล่านี้กินกำไรที่บางอยู่แล้วให้บางลงไปอีก
เริ่มคุมต้นทุนจัดซื้ออย่างเป็นระบบ
SupplyMatrix ออกแบบมาเพื่อให้ SME เริ่มทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องลงทุนระบบ ERP ขนาดใหญ่ — รวมการจัดซื้อ เทียบราคาซัพพลายเออร์ คุมสต๊อก และเห็นยอดใช้จ่ายทั้งหมดในที่เดียว
- รวมการจัดซื้อไว้ที่เดียว — เห็นยอดใช้จ่ายทั้งหมด (spend visibility) ก่อนถึงจะคุมได้
- เทียบราคาซัพพลายเออร์ทุกครั้ง ไม่สั่งจากเจ้าเดิมโดยอัตโนมัติ
- ตั้ง workflow ขออนุมัติ (PR/PO) เพื่อกันการสั่งซื้อที่ไม่จำเป็นและลดความผิดพลาด
- ใช้ข้อมูลย้อนหลังพยากรณ์ความต้องการ ลดทั้งของขาดและของค้างสต๊อก